“กาลาคติกอส”คืนชีพ:รีเทิร์น ออฟ เดอะ รีล

โลกของฟุตบอล รู้จักกับคำว่า “กาลาคติ กอส” พร้อม ๆ กับชื่อของ ฟลอเรนติโน เปเรซ เมื่อปี ค.ศ. 2000 แปลตรงตัว “กาลาคติกอส” มาจาก “กาลาคติโก” ซึ่งหมายถึง “ซูเปอร์สตาร์” เมื่อ “กาลาคติโก” เติม “เอส” กลายเป็น “กาลาคติกอส” จึงแปลได้ประมาณว่า “ซูเปอร์สตาร์หลายคน” หรือ “ทีมรวมซูเปอร์สตาร์” กาลาคติกอสภาคแรก สร้างความฮือฮาได้มากพอสมควร เพราะนำแสดงโดยยอดนักเตะชื่อดังของโลกในยุคนั้นพร้อมหน้าไม่ว่าจะเป็น หลุยส์ ฟิโก, ซิเนอดีน ซีดาน, โรนัลโด, เดวิด เบคแคม, ไมเคิล โอเวน, โรบินโญ โดยยังไม่รวมนักเตะอย่าง โรแบร์โต คาร์ลอส, ราอูล กอนซาเลซ หรือ อีเคร์ กาซิยาส ที่ร่วมแสดงในเรื่องนี้ด้วย ลองบวกค่าตัวแบบหยาบ ๆ ของทีมชุดดังกล่าวโดยใช้เงินสกุลปอนด์ ฟิโก 38.7 ล้าน, ซีดาน 46 ล้าน, โรนัลโด 26 ล้าน, เบคแคม 25 ล้าน, โอเวน 8 ล้าน และ โรบินโญ 15 ล้าน จะได้ค่าตัวรวมกันทั้งสิ้นแค่ 158.7 ล้าน เพียงเท่านี้ก็สร้างแรงสั่นสะเทือนระดับปรากฏการณ์ให้กับวงการฟุตบอลช่วงนั้นมากพออยู่แล้ว แต่เชื่อหรือไม่ว่า หลังจากเข้ามารับตำแหน่งประธานสโมสรเป็นสมัยที่ 2 เมื่อ 1 มิ.ย. 2009 ที่ผ่านมา เปเรซ ใช้เวลาไม่ถึงเดือน ใช้เงินซื้อผู้เล่นไปแล้วเป็นเงินเกือบเท่ากับจำนวนที่เขาใช้รวมกันในสมัยแรก และได้นักเตะมาร่วมทีมอย่างแน่นอนแค่ 2 คน คือ คริสเตียโน โรนัลโด 80 ล้าน และ กากา 56 ล้าน ดังนั้น ใครที่คิดว่า กาลาคติกอสเวอร์ชั่นแรก ฮือฮาแล้ว จินตนาการดูเอาเองก็แล้วกันว่า กา ลาคติกอสเวอร์ชั่น 2 จะตื่นตาตื่นใจ และตื่นตะลึงมากกว่าขนาดไหน ยิ่งคราวนี้ เปเรซ ประกาศว่า จะไม่เสียเวลาหลายปี เพื่อกว้านซื้อซูเปอร์สตาร์ปีละคนเหมือนครั้งแรก แต่จะ เหมารวบหลาย ๆ คนในคราวเดียวมันซะเลย ยิ่งน่าหวั่นใจแทนคู่แข่ง และวงการลูกหนังโลกเสียจริง ๆ ว่า จะวิ่งตามทันทีมชุดขาวได้มากขนาดไหน คำถามที่ตามมาหลังจากการทุ่มซื้อแบบสุดระห่ำของ มาดริด ก็คือ พวกเขาเอาเงินถุงเงินถังจากไหนซึ่งถ้าให้ตอบตรงที่สุด ก็ต้องบอกว่า พวกเขาก็กู้เงินมาซื้อเหมือนกันนั่นแหละ แต่สาเหตุพวกเขาที่กล้าบ้าบิ่นลงทุนมากขนาดนี้ เป็นเพราะ เปเรซ เชื่อมั่นว่า มันจะคุ้มค่า และเขาก็เคยกล่าวคำพูดหนึ่งที่อาจจะกลายเป็น “เทรนด์” ใหม่ในวงการฟุตบอลยุคอนาคตว่า “การลงทุนกับผู้เล่นอาจจะดูสูง แต่มันทำกำไร และบ่อยครั้งที่ผู้เล่นที่แพงที่สุดกลายเป็นผู้เล่นที่ถูกที่สุด” ฟังผ่าน ๆ คำพูดของ เปเรซ เหมือนมุกตลกมากกว่าพูดจริง แต่ฟังแล้วคิดตามดี ๆ นี่คือความจริงที่เป็นไปได้ เหตุผลก็คือ รีล มาดริด สามารถทำเงินได้มหาศาลจากบรรดาซูเปอร์สตาร์เหล่านี้ นิตยสาร “เดอะ ไฟแนนเชียล เอ็กซ์เพรสส์” รายงานว่า ตอนที่ เดวิด เบคแคม อยู่กับ รีล มาดริด เขาทำให้สโมสร มีกำไรจากการขายสินค้ามากถึง 137 เปอร์เซ็นต์ โดยแหล่งเงินหลัก ๆ อยู่ในเอเชีย ขณะที่ธนาคารแห่งชาติอเมริกา เปิดเผยตัวเลขเงิน ๆ ทอง ๆ ในวงการกีฬาอเมริกันเกมส์ว่า แต่ละทีมจะได้กำไรถึง 3 เท่า ต่อเงินทุก ๆ 1 ดอลลาร์ ที่แฟน ๆ ควักออกมาซื้อของที่ระลึก ซึ่งนั่นหมายความว่า ธุรกิจกีฬาสามารถทำกำไรได้มหาศาลถึง 300 เปอร์เซ็นต์ ไฟแนนเชียล เอ็กซ์เพรสส์ ยังคาดด้วยว่า ตัวเลขที่ มาดริด ได้รับจาก เบคแคม ซึ่งว่ากันว่าเยอะแล้ว ยังน่าจะน้อยกว่าที่พวกเขาจะได้รับจาก โรนัลโด และนี่ยังไม่รวมถึงที่พวกเขาจะได้จาก กากา ด้วย เพราะฉะนั้น ค่าตัว และค่าเหนื่อยของทั้ง 2 คน ที่ดูว่ามหาศาลนั้น มาดริด อาจจะได้ทุนคืนภายในเวลาไม่กี่ปี ยิ่งถ้าหากทีมรวมดาราที่ไม่มีใครคิดว่าจะเกิดขึ้นได้ทีมนี้ เกิดทำผลงานได้ดีในสนามด้วย ไม่ต้องพึ่งหมอดูหมอเดาก็คอนเฟิร์มได้เลยว่า รายได้จะไหลมาเทมามากยิ่งขึ้นไปอีก พูดเรื่องความสำเร็จ แม้จะถูกวิจารณ์อย่างหนักแต่ “กาลาคติกอส นัมเบอร์วัน” ก็พอถูไถได้ว่าประสบความสำเร็จระดับหนึ่ง อย่างที่จับต้องได้ชัดเจนก็คือแชมป์ลา ลีก 2 สมัย ในปี ค.ศ. 2001, 2003 และ แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในปี ค.ศ. 2002 ส่วนที่จับต้องไม่ได้ แต่มองเห็นได้ก็คือ รีล มาดริด สามารถเบียดแมสเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตกขอบ และก้าวขึ้นเป็นสโมสรฟุตบอลอันดับ 1 ของโลกอย่างไร้เงื่อนไข ทั้งในแง่ชื่อเสียง และรายได้ แต่หลังจากที่หมดยุค กาลาคติกอส และ เปเรซ ลุกจากตำแหน่งไป ถึงแม้ มาดริด จะได้แชมป์ลา ลีกา อีก 2 ครั้ง แต่พวกเขาถูก แมนฯ ยูไนเต็ด ทวงบัลลังก์เบอร์ 1 ของโลก ทั้งในแง่ชื่อเสียง และเงินทองกลับไปทันที โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูกาลที่ผ่านมานั้น แม้จะได้อันดับ 2 ในลีก แต่ในความรู้สึกของแฟนบอล มันเป็นฤดูกาลที่น่าผิดหวังอย่างยิ่ง เพราะพวกเขาต้องทนเห็น บาร์เซโลนา คว้าแชมป์ถึง 3 รายการใหญ่ ทั้งหมดคือเหตุผลว่าทำไม เปเรซ จึงจะยังไม่หยุดแค่ โรนัลโด และกากา และจะยังพยายามคว้าตัว “ซูเปอร์สตาร์” คนอื่น ๆ มาเสริมให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เป้าหมายต่อไปของทีมชุดขาว คาดเดาไม่ยาก เพราะไม่ว่าคุณจะจิ้มนิ้วไปที่ใคร ก็จะถูกเกือบทุกคน เนื่องจาก เปเรซ ประกาศว่า เขาจะเหมาซื้อนักเตะชั้นนำมาร่วมทีมให้หมดทั้งโลก แต่ถ้าเอาแบบ “เต็ง ๆ” ตอนนี้ ก็คือ ฟรองค์ ริเบรี, คาริม เบนเซมา, ดาวิด บีญา, ดาวิด ซิลบา และ ชาบี อลอนโซ ส่วน ราอูล อัลบิโอน เซ็นเตอร์ฮาล์ฟจาก บาเลนเซีย นั้น มาดริด คว้าตัวมาได้เรียบร้อยแล้ว แต่ละชื่อที่กล่าวมา ค่าตัวต่ำที่สุดไม่ต่ำกว่า 20-30 ล้านปอนด์ทั้งสิ้น ยิ่งรายของ ริเบรี หรือ บีญา อาจจะแพงเกินหลัก 50 ล้านปอนด์ด้วยซ้ำ ดังนั้น ถ้าหาก เปเรซ ทำตามที่พูดจริง ๆ จะมีเม็ดเงินไหลเข้าสู่ตลาดนักเตะยุโรปรอบนี้อีกไม่ต่ำกว่า 100 ล้านปอนด์ ถามถึงความเป็นไปได้ของแต่ละคน ต้อง บอกว่ามีโอกาสสูงทั้งหมด แต่อีกรายที่เกือบจะแน่นอนแล้วก็คือ คาริม เบนเซมา เพราะ โอลิมปิก ลียง ตกลงยอมรับข้อเสนอของ มาดริด แล้ว ที่ค่าตัวขั้นต่ำ 35 ล้านยูโร ขณะที่คนอื่น ๆ ก็ยังเป็นไปได้เช่นกัน โดยเฉพาะ บีญา และ ชาบี ที่ท่านประธานเปเรซ เป็นผู้ “เรคคอนเมน” ด้วยตนเอง อย่างไรก็ดี อย่าลืมว่า ถึงแม้จะมีซูเปอร์สตาร์ล้นทีม แต่ก็ไม่ได้การันตีว่า ทีมคุณจะได้แชมป์ และก็มีตัวอย่างให้เห็นมานักต่อนักแล้วกับทีมประเภทดาราล้นทีมแต่เล่นเข้ากันไม่ได้ ที่สำคัญอีกอย่างคือ มาดริด ยังเพิ่งเปลี่ยนโค้ชใหม่ด้วย และแม้ มานูเอล เปลเลกรินี จะประสบความสำเร็จกับบียาร์ รีล แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า เขาจะคุมบรรดาซูเปอร์สตาร์ให้อยู่หมัด และพาทีมชุดขาวกวาดแชมป์อย่างที่แฟน ๆ คาดหวังได้ ตรงกันข้ามกุนซือชาว ชิลี จะต้องพบกับปีที่กดดันที่สุดในชีวิต และชัยชนะก็เพียงแค่เสมอตัว แต่ถ้าหากเสมอหรือแพ้ หรือพาทีมทำผลงานไม่น่าประทับใจขึ้นมา บอกได้เลยว่า เขามีโอกาสไปได้ทุกเวลา ไม่อยากจะแช่ง แต่ถ้าหากเรื่องแบบนี้เกิด ขึ้นจริง และถ้าเกิด เปลเยกรินี โดนปลดกลางอากาศ การเปลี่ยนแปลงจะต้องเกิดกับ มาดริด อีกครั้ง และคิดดูว่า การเปลี่ยนแม่ทัพกลางศึก และการต้องเริ่มต้นกันใหม่ทั้งหมดจะต้องใช้เวลาในการปรับจูนทีมกันอีกนานแค่ไหนกว่าจะเข้าที่ลงตัว เพราะฉะนั้น จึงน่าสนใจเป็นอย่างยิ่งว่า“กาลาคติกอส ภาค 2” จะทำผลงานได้ดีแค่ไหน และถึงแม้คุณจะไม่ใช่แฟนบอลของพวกเขา เราก็อยากจะให้คุณลองติดตามผลงานของ รีล มาดริด ในฤดูกาลหน้าอย่างใกล้ชิดขึ้นอีกสักหน่อย เพราะนอกจากจะได้ดูทีมรวมดาราโลกชนิดที่ชีวิตนี้อาจจะไม่ได้ดูอีกแล้ว เรายังอาจจะได้คำตอบที่ถามกันมานานด้วยว่า เงินซื้อความสำเร็จได้จริงหรือ ?.

No Response to ““กาลาคติกอส”คืนชีพ:รีเทิร์น ออฟ เดอะ รีล” »
No comments yet.
RSS feed for comments on this post. TrackBack URI
Leave a comment