ชี้สอนเด็กต่างด้าวต้องไม่ให้ลืมชาติพันธุ์
จากการประชุมสัมมนาเรื่อง แนวทางการจัดการศึกษาสำหรับเด็กต่างด้าว ซึ่งจัดโดยสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) เมื่อวันที่ 2 ก.ค. น.ส.เปรมใจ วังศิริไพศาล นักวิชาการศูนย์วิจัยการย้ายถิ่นแห่งเอเชีย สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้นำเสนอผลงานวิจัยเรื่อง การวิจัยเพื่อพัฒนารูปแบบและแนวทางการจัดการศึกษาสำหรับเด็กต่างด้าว กรณีศึกษา อ.แม่สอด จ.ตาก ว่า จากการวิจัยพบว่า ร้อยละ 40 ของเด็กต่างด้าวในวัยเรียน 6-15 ปี ไม่เคยเรียนหนังสือก่อนมาอยู่ประเทศไทย และ ร้อยละ 47.9 ไม่รู้นโยบายการให้โอกาสทางการศึกษาแก่เด็กต่างด้าว ส่วนอุปสรรคในการเข้าถึงการศึกษา พบว่า ร้อยละ 49.2 เกิดจากค่าใช้จ่าย ร้อยละ 14.3 เรื่องการสื่อสาร และร้อยละ 4.8 คนไทยไม่ชอบ อย่างไรก็ตามเมื่อนำผลวิจัยดังกล่าวไปหารือกับหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องมีความเห็นว่า ควรมีการเตรียมความพร้อมให้เด็กต่างด้าวก่อนเข้าโรงเรียน และมีการใช้รูปแบบการจัดการศึกษาที่หลากหลาย ควรมีการปรับเนื้อหาประวัติศาสตร์และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศให้มีเนื้อหาเกี่ยวกับท้องถิ่น ขณะเดียวกันต้องให้เด็กได้เรียนรู้ชาติพันธุ์และประเทศของตนเอง เมื่อเด็กกลับสู่ประเทศก็สามารถนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ได้ ดร.รุ่งเรือง สุขาภิรมย์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า ปัจจุบันมีเด็กต่างด้าวเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก โดยบางโรงเรียนมีเด็กต่างด้าวเกือบทั้งโรงเรียน ดังนั้นจึงต้องมีการปรับเปลี่ยนโรงเรียนให้เหมาะสมกับนักเรียน มีการจัดทำหลักสูตรพิเศษเฉพาะ และปรับโครงสร้างเนื้อหาหลักสูตรการวัดประเมินผลมาตรฐานการศึกษา รวมทั้งต้องจัดครูที่มีความเข้าใจในเรื่องพหุวัฒนธรรมมาสอนให้เหมาะสมกับการจัดการศึกษาแก่เด็กต่างด้าวด้วย “การจัดการศึกษาต้องมีความสมดุลทั้งมิติด้านวัฒธรรม สิทธิมนุษยชน ความมั่นคงและเศรษฐกิจ โดยยึดหลักอย่าทำความแตกต่างให้เป็นความเหมือน เพราะจะก่อให้เกิดความแตกแยกได้ ที่สำคัญจะต้องนำเรื่องการจัดการศึกษาสำหรับเด็กต่างด้าวไปกำหนดไว้ในแผนพัฒนากลุ่มจังหวัดและจังหวัดด้วย เพื่อให้การจัดการศึกษาแก่เด็กกลุ่มนี้สามารถนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติได้ ขณะที่งบฯดำเนินการก็ควรมีการจัดทำเป็นการเฉพาะเช่นกัน” ดร.รุ่งเรือง กล่าว ดร.สมเกียรติ ชอบผล รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า จากข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) พบว่า มีเด็กต่างด้าวอยู่ในโรงเรียนสังกัดสพฐ.ประมาณ 100,000 คน ขณะนี้ สพฐ. ได้ร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงจัดทำระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับการดูแลการจัดการศึกษาและควบคุมศูนย์จัดการศึกษาสำหรับคนต่างด้าว ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีหน่วยงานที่ดูแลศูนย์ดังกล่าว โดยระเบียบนี้กำหนดให้ศูนย์การศึกษาสำหรับคนต่างด้าว ต้องมาขึ้นทะเบียนกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา พร้อมทั้งแจ้งตัวเลขเด็กต่างด้าวแต่ละชาติพันธุ์ ซึ่งศูนย์แห่งใดที่จัดการศึกษาร่วมกับโรงเรียนสังกัด สพฐ. ก็จะได้รับงบฯสำหรับพัฒนาคุณภาพการศึกษา และหากศูนย์ใดมีความพร้อมก็สามารถขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนเอกชนได้ ทั้งนี้จะส่งผลให้ประเทศไทยสามารถดูแลจัดการศึกษาสำหรับเด็กต่างด้าวได้มากขึ้น.

No Response to “ชี้สอนเด็กต่างด้าวต้องไม่ให้ลืมชาติพันธุ์” »
No comments yet.
RSS feed for comments on this post. TrackBack URI
Leave a comment