นโยบายปี 2553 สหรัฐหันหลังให้โลก

ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ของสหรัฐประกาศ  อย่างหนักแน่น ระหว่างการแถลงนโยบายต่อสภาร่วม หรือสเตท ออฟ เดอะ ยูเนียน เป็นครั้งแรกว่า เขาจะทำให้การสร้างงานมีความสำคัญเป็นอันดับแรกในปี 2553 ทั้งนี้เพื่อที่จะพยายามเรียกศรัทธาของอเมริกากลับคืนมา หลังทำงานมาครบหนึ่งปี และต้องเผชิญกับความขมขื่นของภาวะเศรษฐกิจถดถอย     ในสุนทรพจน์ต่อที่ประชุม โอบามาให้คำมั่นว่าจะต่อสู้กับความท้าทาย “ที่ใหญ่โตและยากลำบาก” ที่ฉุดดึงคณะบริหารงานของเขาให้ตกต่ำ หนึ่งสัปดาห์หลังจากที่พรรคเดโมแครตของเขาประสบความปราชัย (อย่างเจ็บปวด) ให้กับพรรครีพับลิกัน ในการเลือกตั้งวุฒิสมาชิก พร้อมเรียกร้องความสามัคคีจากสภาคองเกรส ให้ร่วมเป็นหนึ่งเดียวกันดึงสหรัฐออกจากปลักแห่งปัญหาทั้งมวลให้ได้     โอบามาบอกว่า เขาไม่เคยมีความหวังเกี่ยวกับอนาคตของอเมริกามากเท่ากับค่ำคืนนี้มาก่อน “แม้จะประสบความยากลำบากสักเพียงใด ความสามัคคีของเราก็แข็งแกร่ง เราไม่ยอมแพ้ เราไม่ยอมล้มเลิก เราไม่ยอมปล่อยให้ความหวาดกลัวหรือความแตกแยกมาทำลายวิญญาณของพวกเรา”     ที่แน่นอนคือ โอบามาสาบานลั่นว่า เขาจะ “ไม่มีวันเดินหนี” ไปจากความพยายามที่จะผลักดันร่างกฎหมายปฏิรูปการประกันสุขภาพ ที่ประสบความชะงักงันอยู่ขณะนี้ให้ผ่านไปให้ได้ พร้อมกับคุยว่า เป็นเพราะการลงมืออย่างทันท่วงทีของคณะบริหารงานของ เขาเมื่อปีที่แล้ว จึงทำให้รอดพ้นประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ที่สุดช่วงทศวรรษที่ 1930 มาได้     โอบามาเรียกร้องให้คองเกรสผ่านร่างกฎหมายเกี่ยวกับงาน แล้วส่งไปที่โต๊ะเขา “โดยไม่รอช้า” และขู่สำทับอีกว่า หากส.ส.ท่านใดอ่อนข้อในความพยายามที่จะปราบปราม วอลล์ สตรีท เขาจะวีโตร่างฯดังกล่าว พร้อมสัญญาว่าจะผันเงิน 30,000 ล้านดอลลาร์ฯ (ประมาณ 990,000 ล้านบาท) ที่จะใช้อุ้มวอลล์ สตรีท ไปช่วยเหลือธุรกิจเล็ก ๆ ซึ่งยังโงหัวไม่ขึ้นแทน     ด้านนโยบายต่างประเทศ ประธานาธิบดีโอบามาได้กล่าวถึงเกือบจะช่วงสุดท้ายของสุนทรพจน์     บันทึกการประชุมระบุว่า หลังจากที่ได้กล่าวสุนทรพจน์ไปแล้ว 5,700 คำ โอบามาจึงได้มีการกล่าวถึงอัฟกานิสถาน ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่ถึง 2 เดือน เขาได้สั่งให้ส่งทหารไปเพิ่มที่  นั่นอีก 30,000 นาย โดยที่ไม่ได้มีการพาดพิงถึงเพื่อนบ้านปากีสถาน ที่สหรัฐฝากฝังให้ปราบปรามบรรดาผู้ก่อการร้าย เลยแม้แต่ประโยคเดียว     มีการกล่าวถึงอย่างผ่าน ๆ เกี่ยวกับความพยายามด้านนโยบายต่างประเทศที่เขาเป็นผู้ลงนาม อาทิ เกี่ยวพันกับจีนที่กำลังผงาดขึ้นมา “รีเส็ท” ความสัมพันธ์กับรัสเซีย และให้ความสำคัญมากขึ้นกับบรรดาพันธมิตร หลังจากที่ยุคอดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช ทำวงแตกมาแล้ว    ไม่มีการพูดถึงกระบวนการสันติ ภาพตะวันออกกลาง อิหร่านถูกเตือนว่าจะต้องเผชิญกับ “ผลที่จะเกิดตามมา”เพิ่มมากขึ้น หากยังไม่ยอมหยุดโครงการนิวเคลียร์ของตน ขณะที่เกาหลีเหนือถูกโดดเดี่ยวมากขึ้น อันเป็นผลมาจากความพยายามที่จะครอบครองอาวุธนิวเคลียร์     ผู้เชี่ยวชาญบางท่านกล่าวว่า บางทีโอบามาอาจกำลังเผชิญกับความเป็นจริงทางการเมืองว่า ไม่ว่าเขาจะมีความต้องการด้านการต่างประเทศรูปแบบไหนก็ตาม เขาจำเป็นที่จะต้องมุ่งเน้นไปที่เศรษฐกิจที่ล้มลุกคลุกคลาน ก่อนที่จะถึงการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือน พ.ย. หากไม่อยากได้แผลเหวอะหวะติดตัว     ไมค์ กอนซาเลซ จากมูลนิธิเฮอริเทจ ที่มีแนวอนุรักษนิยมได้ตั้งคำถามว่า โอบามากำลังแสดงให้เห็นว่า เขาให้ความสำคัญในระดับต่ำหรือไม่ในปัญหาด้านความมั่นคง “ช่างน่าแปลกใจอย่างยิ่ง เรากำลังต่อสู้ทำสงครามถึง 2 สงคราม แต่เขากลับใช้เวลา 50 นาที (ในสุนทรพจน์ความยาว 68 นาที) ก่อนที่จะเริ่มพูดถึงเรื่องความมั่นคง”     แต่สิ่งที่โอบามาให้ความสำคัญอย่างเห็นได้ชัดด้านนโยบายต่างประเทศคือ “โลกที่ปราศจากอาวุธนิวเคลียร์”     อย่างไรก็ตาม สุนทรพจน์ของโอบามาในสภาผู้แทนราษฎรถูกมองว่า เป็นโอกาสที่เขาจะได้รื้อฟื้นความหวังที่ให้ไว้ในระหว่างรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งในปี 2551 ซึ่งไม่อาจเป็นจริงได้ จากภาวะเศรษฐกิจที่บอบช้ำและสงครามเล่นพรรคเล่นพวก     วาระการปฏิรูปในความใฝ่ฝันของโอบามาถูกกระหน่ำอย่างแรง เมื่อพรรครีพับลิกันคว้าที่นั่งวุฒิสมาชิกในรัฐแมสซา ชูเซตส์ไปครองสำเร็จเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และเขาอยู่ภายใต้แรงกดดันอย่างหนัก ให้แสดงออกถึงความเป็นผู้นำและฟื้นฟูอำนาจของเขากลับคืนมา     ผู้นำทำเนียบขาวส่งสัญญาณถึงอเมริกันชนที่วิตกจริตเกี่ยวกับหนี้สินของรัฐบาลที่ทับถมเพิ่มขึ้นถึงคนรุ่นต่อ ๆ ไป โดยสัญญาที่จะหยุดการใช้จ่ายแบบไม่ระมัดระวังนาน 3 ปี โอบามาบอกว่าเขาจะสนับสนุนธุรกิจขนาดเล็กให้เข้าไปลงทุนในซีกแรงงาน ประกาศให้เงินกระตุ้นเพิ่มขึ้น สำหรับโครงการระบบสาธารณูปโภคที่มีงานเยอะ ๆ และอวดโอ่ความริเริ่มพลังงานสะอาดและเศรษฐกิจสีเขียวของเขา     โพลของวารสารวอลล์ สตรีท พบว่า 51 เปอร์เซ็นต์ของชาวอเมริกันเชื่อว่า โอบามาทุ่มเทให้กับปัญหาเศรษฐกิจน้อยเกินไป อีก 44 เปอร์เซ็นต์เห็นว่าเขาให้ความสำคัญกับเรื่องประกันสุขภาพมากเกินไป     หนึ่งปีบนเก้าอี้ประธานาธิบดีของเขา จุดขายทางการเมืองของโอบามาดูเหมือนจะลดความดึงดูดเร้าใจลงไป เช่นเดียวกับแนวคิดที่ว่า “คนหน้าใหม่พร้อมแนวคิดใหม่ ๆ สามารถจะนำพารัฐนาวาไปในทิศทางใหม่”     แม้ว่าโอบามายังคงเป็นที่ชื่นชอบในกลุ่มชาวอเมริกัน แต่ความเชื่อมั่นในนโยบายของเขากำลังจางหายไป ผล  สำรวจความคิดเห็นส่วนใหญ่ระบุว่า อัตราการยอมรับ  ในตัวประธานาธิบดีโอบามาอยู่ที่ 50 เปอร์เซ็นต์ หรือไม่ก็ ต่ำกว่านั้น. ศุภชัย  พยัคฆันตร์

No Response to “นโยบายปี 2553 สหรัฐหันหลังให้โลก” »

No comments yet.

RSS feed for comments on this post. TrackBack URI

Leave a comment


ข่าว ต่างประเทศ


คำค้นหา