รุ้งราว วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2553
วันรุ่งขึ้นปริกเริ่มลงมือปฏิบัติการ แอบใส่ยาลงในอาหารที่ทำให้ทอรุ้ง แต่ทอรุ้งกลับไม่ยอมกินอาหารที่บ้าน เพราะอยากไปกินอาหารกับนเรนทรที่สถานบำบัด ปริกได้แต่มองตามหลังทอรุ้งที่เดินขึ้นรถต่อตระกูลไปด้วยความเสียดาย พิธานรู้ว่าทอรุ้งกำลังจะมาเยี่ยมนเรนทร จึงให้กิ่งแก้วพาตัวนเรนทรมาตรวจร่างกายก่อน พิธานสอบถามชื่อนามสกุล นเรนทรตอบได้หมด พิธานมองอย่างใช้ความคิด นเรนทร มองพิธานอย่างหวาดกลัว ขณะนั่งกินข้าวร่วมกัน ทอรุ้งพยายามช่วยทบทวนความทรงจำให้กับนเรนทร โดยมีต่อตระกูลนั่งเฝ้าอยู่ข้าง ๆ แต่ยังไม่ทันที่ทอรุ้งจะคุยอะไรกับนเรนทรมากนัก กรองกาญจน์ กับก้องกฤตก็เดินเข้ามา “วันนี้มากันแต่เช้าเชียวนะ คุณทรคะ จำได้ใช่ไหมคะ นี่ก้องกฤตลูกชายคนเล็กของฉัน” “อือ…ก้องกฤต ทำงานในบริษัทฉันด้วยใช่ไหม” “ครับ ผมทำงานอยู่ที่เอ็นอาร์ ตอนนี้ย้ายมาอยู่แผนกธุรการแล้ว…” นเรนทรกุมศีรษะ ใบหน้าเริ่มบูดเบี้ยวราวกับกำลังเจ็บปวด “ไม่..ไม่เอาแล้ว โอ๊ยปวดหัว ปวดเหลือเกิน” ทอรุ้งตกใจ รีบเข้าไปประคอง กรอง กาญจน์รีบตะโกนเรียกให้กิ่งแก้วกับบุรุษพยาบาล เข้ามาช่วยกันจับตัวนเรนทรไว้ หลังเหตุการณ์สงบลง ทอรุ้งกับกรองกาญจน์ถูกพิธานเรียกไปพบที่ห้องทำงาน และขอร้องให้ทั้งคู่หยุดยัดเยียดข้อมูลใส่หัวนเรนทร ทอรุ้งได้แต่ถอนใจอย่างยอมรับ กรองกาญจน์แอบสบตากับพิธานกระหยิ่ม ทอรุ้งกลับมาถึงบ้านในตอนเย็นด้วยท่าทางเหนื่อยอ่อน ปริกสบโอกาสรีบคะยั้นคะยอให้ทอรุ้งกินอาหารที่เตรียมไว้ให้ มนชนกเข้าไปช่วยปริกอุ่นอาหารในครัว เห็นอาหารน่าทานจึง ขอลองชิมดู ปริกรีบห้ามไว้ ไม่ยอมให้มนชนก ชิม มนชนกเห็นซองยาวางอยู่ข้าง ๆ เตาจึงรู้ได้ทันทีว่าปริกกำลังจะทำเหมือนกับที่เคยทำกับนเรนทร ยาที่ปริกใส่ลงในอาหารออกฤทธิ์อย่างรวดเร็ว คืนนั้นทอรุ้งผล็อยหลับไปตั้งแต่ 2 ทุ่ม แล้วหลับยาวไปจนสายก็ยังไม่ยอมตื่น ต่อตระกูล ขับรถมารับทอรุ้งไปประชุมแต่เช้ารีบบอกให้ปริกขึ้นไปปลุกทอรุ้งเพราะกลัวจะไปประชุมไม่ทัน ทอรุ้งเอะอะอาละวาดจะไม่ยอมตื่น ต่อตระกูลได้ยินเสียงเอะอะรีบวิ่งขึ้นไปดู ทอรุ้งชะงัก พยายามรวบรวมสติ เธอลูบ หน้าแล้วเสยผมตัวเองอย่างรู้สึกเหนื่อยอ่อน “โอ๊ย… ฉันไม่อยากไปเลย” “งั้นพี่จะไปตามหมอมาตรวจก่อนดีไหม รุ้งอาจจะไม่สบายก็ได้” ปริกหน้าเสียอย่างรู้สึกใจคอไม่ดี แต่ทอรุ้งโบกมือห้ามต่อตระกูลไว้ แล้วบอกให้ลงไปรอข้างล่างก่อน ต่อตระกูลรีบพยักหน้าให้ปริกแล้วพากันออกไปจากห้อง แต่ก็ยังอดที่จะสงสัยไม่ได้ จึงหันไปถามปริกระหว่างที่เดินลงมาด้วยกัน “แปลกนะครับแม่ปริก ทำไมวันนี้รุ้งดูหงุดหงิดฉุนเฉียวผิดปกติก็ไม่รู้เมื่อคืนมีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ” ปริกหลบตาอย่างรู้สึกผิด “ไม่มีนี่คะ คงเป็นเพราะคุณหนูอดนอนมากกว่าค่ะ ถึงได้ไม่อยากตื่น” “แต่ก็ไม่น่าจะโมโหขนาดนี้นะครับ รุ้งเป็นอะไรของเขานะ” “ไม่มีอะไรหรอกค่ะ เดี๋ยวคุณหนูอาบ น้ำแต่งตัวเสร็จก็คงสดชื่นหายง่วงแล้ว แม่ปริกขอตัวไปเตรียมอาหารเช้าให้คุณหนูก่อนนะคะ” ปริกรีบเดินเลี่ยงไป ต่อตระกูลเงยหน้ามองไปบนห้องทอรุ้งอย่างแคลงใจไม่หาย ยาที่ปริกใส่ในอาหารให้ทอรุ้งกินยังคงไม่หมดฤทธิ์ ทอรุ้งนั่งหลับระหว่างประชุม ทำให้ลูกค้าเริ่มหมดความเชื่อถือ หลังประชุม เสร็จ ทอรุ้งยังคงง่วงนอนอยู่ ต่อตระกูลกับแม่บ้านยกอาหารเข้าไปเสิร์ฟในห้องทำงาน กลับถูกทอรุ้งอาละวาดใส่ ต่อตระกูลเริ่มสงสัยที่เห็นอาการทอรุ้งเหมือนกับนเรนทรตอนก่อนจะป่วย จึงรีบนำเรื่องดังกล่าวไปปรึกษาเปรม ยุดา “หา! อาการทอรุ้งเหมือนพี่ทรงั้นเหรอ” “ใช่ครับ ตอนคุณลุงเริ่มป่วย ก็จะหงุดหงิดฉุนเฉียวแบบนี้เหมือนกันไม่มีผิด” เปรมยุดานิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนตัดสินใจเดินตามต่อตระกูลไปที่ห้องทำงานของทอรุ้ง แล้วทั้งคู่ก็พากันตกใจเมื่อเปิดประตูห้องเข้าไปเจอทอรุ้งนอนหมดสติอยู่บนพื้น ตอนที่ 7 ต่อตระกูลและเปรมยุดารีบเข้าไปประคองทอรุ้ง กรองกาญจน์ผ่านมาเห็นก็ปรี่เข้าดูด้วย และทำเป็นจะช่วยเอายาดมให้ แต่เปรมยุดาไม่ไว้ใจและบอกว่าจะพาทอรุ้งไปหาหมอ กรองกาญจน์หน้าเลิ่กลั่กเพราะกลัวความแตกเรื่องที่ทอรุ้งถูกวางยา จึงบอกว่าแค่เป็นลมไม่ต้องถึงมือหมอก็ได้ แต่เปรมยุดาไม่สน ต่อตระกูลก็เห็นด้วยจึงอุ้มทอรุ้งจะเดินออกจากห้อง กรองกาญจน์หันรีหันขวางไม่รู้จะทำอย่างไร

No Response to “รุ้งราว วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2553” »
No comments yet.
RSS feed for comments on this post. TrackBack URI
Leave a comment