ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ
ฟื้นความสมบูรณ์ให้กับผืนดิน… จังหวัดนราธิวาส…ใต้สุดของประเทศไทย เดิมชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกรในพื้นที่ประสบปัญหาอย่างมาก เนื่องจากสภาพพื้นที่เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำน้ำขังตลอดปี หรือที่เรียกว่า พื้นที่พรุ ซึ่งดินในพรุนี้เป็นดินที่มีคุณภาพต่ำ แม้ระบายน้ำออกแล้วก็ทำการเพาะปลูกไม่ได้ผลเพราะ ดินมีสารประกอบไพไรท์ ทำให้เกิดกรดกำมะถันในดิน เมื่อดินแห้งจะทำให้ดินเปรี้ยวจัดเป็นอันตรายต่อการเจริญเติบโตของพืช เมื่อเกษตรกรเพาะปลูกไม่ได้จึงจำเป็นต้องละทิ้งที่ดินให้รกร้างเปล่าประโยชน์ กระทั่งเมื่อความทราบถึง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงได้พระราชทาน พระราชดำริให้ก่อตั้ง ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ขึ้นเมื่อปี 2524 เพื่อเป็นศูนย์รวมกำลังของเจ้าหน้าที่ด้านการเกษตรและที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ร่วมกันแก้ปัญหา และฟื้นฟูสภาพพื้นที่ของเกษตรกรให้สามารถกลับมาใช้ประโยชน์ได้อีกครั้ง โดยศูนย์ฯ ตั้งอยู่ระหว่างบ้านพิกุลทอง และบ้านโคกสยา ต.กะลุวอเหนือ อ.เมือง จ.นราธิวาส ถนนสายนราธิวาส-ตากใบ ห่างจากเมืองนราธิวาส 7 กิโลเมตร มีเนื้อที่ 1,740 ไร่ นายปรีชา โพธิ์ปาน ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ กล่าวว่า ศูนย์ศึกษาการพัฒนาแห่งนี้ มีเป้าหมาย สำคัญคือด้านการวิจัยเพื่อปรับปรุงดิน พรุให้สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ด้านเกษตรกรรมให้ได้มากที่สุด รูปแบบการดำเนินงานนั้นจะเป็นลักษณะผสมผสาน มีหน่วยงานที่เข้าร่วมสนองพระราชดำริเป็นจำนวนมาก เช่น กรมพัฒนาที่ดิน เป็นหน่วยประสานดำเนินงานหลักร่วมกับกรมชลประทาน กรมวิชาการเกษตร กรมป่าไม้ กรมปศุสัตว์ กรมการพัฒนาชุมชน สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง เป็นต้น สำหรับกิจกรรมสำคัญที่ศูนย์ฯ ดำเนินการนั้น ประกอบไปด้วยการศึกษาพัฒนาดินอินทรีย์หรือดินพรุและดินเปรี้ยวจัดศึกษาปัญหาระบบการปลูกพืชร่วมกับยางพารา ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจของที่นี่ การ ทำเกษตรยั่งยืนตามแนวทฤษฎีใหม่ ฝึกอบรมและส่งเสริมงานศิลปาชีพพิเศษ งานวิจัยและทดสอบเกี่ยวกับการจัดการดินน้ำ ป่าไม้ ประมง ปศุสัตว์ โดยกิจกรรมต่าง ๆ เหล่านี้ จะถูกนำไปขยายผลสู่เกษตรกรในพื้นที่รอบศูนย์ฯ นอกจากนี้ ยังขยายผลไปสู่ศูนย์สาขาอีก 4 แห่ง ได้แก่ ศูนย์สาขาที่ 1 โครงการสวนยางพระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ เนื้อที่ 15.8 ไร่ สาธิตการปลูกยางพันธุ์ดี และการปลูกพืชแซมในสวนยาง ศูนย์สาขาที่ 2 โครงการพัฒนาหมู่บ้านปีแนมูดอ อยู่ที่บ้านปีแนมูดอ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส เนื้อที่ 135 ไร่ สาธิตการจัดระบบการให้น้ำ การจัดการดินและการจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ศูนย์สาขาที่ 3 โครการหมู่บ้านปศุสัตว์-เกษตรมูโนะ ตั้งอยู่บ้านโคกไทร หมู่ที่ 4 ต.โฆษิต อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เนื้อที่ 1,500 ไร่ จัดแบ่งพื้นที่เป็นที่อาศัย และที่ทำกินแก่อาสาสมัครที่ปลดประจำการ และเกษตรกรที่ยากจนไม่มีที่ดินทำกิน ปัจจุบันมีสมาชิกทั้งสิ้น 37 ครอบครัว พื้นที่เป็นดินเปรี้ยวจัด พัฒนาด้านการปรับปรุงดิน การปลูกพืช การปลูกไม้ดอกไม้ประดับ เลี้ยงสัตว์ เลี้ยงปลา และหัตถกรรม และศูนย์สาขาที่ 4 โครงการพัฒนาพื้นที่บ้านโคกอิฐ-โคกในและยูโย อยู่ที่ ต.พร่อน และ ต.บางขุนทอง อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เนื้อที่ 30,065 ไร่ การจัดการดินและน้ำในพื้นที่ดินเปรี้ยว เพื่อการเกษตรแบบผสมผสาน ตามแนวทฤษฎีใหม่ การขุดยกร่องเพื่อปลูกพืชไร่ ไม้ผล การปรับปรุงดินเพื่อปลูกข้าว ผอ.ปรีชา กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับแผนงานในปีนี้ยังคงเน้นไปในเรื่องการพัฒนา พื้นที่ดินเปรี้ยว ดินที่มีปัญหาให้สามารถทำ การเพาะปลูกได้ โดยในพื้นที่ลุ่มจะส่งเสริมให้ทำการยกร่องเพื่อปลูกปาล์มหรือพืชเศรษฐกิจที่เกษตรกรต้องการ ส่วนพื้นที่นาก็จะส่งเสริม ให้ทำการปรับรูปแปลงนา ส่งเสริมการใช้วัสดุปูนเพื่อปรับปรุงบำรุงดิน นอกจากนี้จะเป็น กิจกรรมส่งเสริมการผลิตและใช้ปุ๋ยอินทรีย์ เพื่อลดการใช้ปุ๋ยเคมี เพื่อช่วยเกษตรกรลด ต้นทุนค่าปุ๋ยเคมี จะได้มีรายได้เพิ่ม พร้อมกันนี้ยังมีแผนทำเส้นทางลำเลียง ในพื้นที่เป้าหมาย ประมาณ 30 กิโลเมตร ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรสามารถเข้าไปเก็บผลผลิตออกมาจำหน่ายได้รวดเร็ว เป็นการเพิ่มโอกาสในการหารายได้อีกทางหนึ่ง หากจะกล่าวถึงการขยายผลงานวิชาการของศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ ไปสู่เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายนับว่าได้ผลสัมฤทธิ์เป็นอย่างดี เกษตรกรสามารถนำความรู้และคำแนะนำไปต่อยอดจนประสบความสำเร็จ สามารถพึ่งพาตนเองได้ นำไป สู่ชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นตามลำดับ ซึ่ง ทุกสิ่งเกิดจากความร่วมมือของทุกหน่วยงาน ตลอดจนเกษตรกรเอง.

No Response to “ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ” »
No comments yet.
RSS feed for comments on this post. TrackBack URI
Leave a comment