เก็บเล็กผสมน้อย
ภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันที่กล่าวได้ว่าเพิ่งจะฟื้นตัวจากภาวะตกต่ำรุนแรงในปีก่อนหน้า ทำให้หลาย ๆ คนอาจจะรู้สึกว่าทุกวันนี้แค่บริหารเงินเดือนให้พอใช้เดือนชนเดือนก็ยากเต็มทีแล้ว การที่จะให้เก็บเงินออมให้ได้อย่างน้อย 10% ของรายได้เพื่อไว้ใช้เวลาเกษียณนั้นจึงเป็นเรื่องที่ยากมาก ซึ่งดิฉันคิดว่าหลาย ๆ คนอาจจะรู้สึกเช่นเดียวกันอยู่ เช่น อาจจะรู้สึกว่าตัวเองไม่มีทางเก็บเงินได้ถึง 10% ของเงินเดือนเพราะว่ามีภาระค่าใช้จ่ายมาก แต่อยากให้ลองถามตัวเองดูนะคะว่า ถ้าในวันนี้เราไม่สามารถอยู่ได้ด้วยเงิน 90% ของรายได้แล้ว เราจะอยู่ได้อย่างไรเมื่ออายุมากกว่า 60 ปีแล้วในขณะที่งานก็ไม่มีทำ และการหวังจะพึ่งพาคนอื่นนั้นก็เป็นการหวังน้ำบ่อหน้า ดังนั้นหากต้องการมีชีวิตที่สุขสบาย มีศักดิ์ศรีและยืนอยู่ได้บนขาของตนเอง คนเราก็ควรเริ่มเก็บหอมรอมริบตั้งแต่วันนี้ โดยที่อาจจะไม่ต้องเก็บให้ได้ 10% ของเงินเดือน แต่เริ่มเก็บจากเงินจำนวน น้อย ๆ ก่อน เช่นวันละ 50 บาท หรือ 100 บาท ก็ได้ตามสภาวะการณ์ โดยตั้งเป้าหมายเอาไว้ว่าต้องเก็บให้ได้ 10% ของเงินเดือน และเมื่อเราเก็บเงินทุกวันจนกลายเป็นนิสัยแล้ว เราก็จะไม่รู้สึกว่าการเก็บเงิน 10% จากรายได้เป็นเรื่องยากเลยค่ะ ก็คงจะมาถึงคำถามถัดมาว่า แล้วเราควรกำหนดว่าจะเก็บเงินในแต่ละวันเท่าไหร่ดีจึงจะไม่เดือดร้อน ? คำตอบนี้ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถในการเก็บเงินและรายได้ของแต่ละคนค่ะ เพราะถ้ามีรายได้มากก็อาจจะเก็บเงินต่อวันในจำนวนที่มาก ถ้ามีรายได้น้อยก็อาจเก็บในจำนวนที่น้อยลง แต่ถ้าอยากให้ได้จำนวนที่เหมาะสมก็ลองตามวิธีนี้ดูก็ได้ แบบที่เรียกว่า “เก็บเล็กผสมน้อย” โดยการนำเอาเงินเดือนของเรามาหารด้วย 300 ก็จะได้จำนวนเงินที่เหมาะสมที่จะเก็บในแต่ละวันค่ะ อย่างเช่น เรามีเงินเดือนละ 9,000 บาท ก็หารด้วย 300 ซึ่งเท่ากับ 30 ก็แสดงว่าเราควรเก็บเงินวันละ 30 บาท แต่ถ้าทำไม่ได้จริง ๆ แล้วก็ขอให้เก็บในจำนวนที่ใกล้เคียง เช่น 25 หรือ 20 บาทต่อวันก็ได้ แต่ต้องเริ่มเก็บวันนี้และเก็บอย่างสม่ำเสมอทุกวันไม่เว้นวันหยุดนะคะ เพราะว่าเงินจะมีค่าเพิ่มพูนงอกเงยได้ทุกวันไม่ว่าจะเป็นดอกเบี้ยของหนี้สิน หรือดอกผลที่เกิดจากการลงทุน แบบที่สองเรียกว่า “การเก็บภาษีการใช้จ่าย” ที่มีลักษณะคล้ายกับการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มนั่นเอง ซึ่งในต่างประเทศเช่นสหรัฐอเมริกาจะคิดภาษีแยกต่างหากจากราคาสินค้า เช่นภาษีมูลค่าเพิ่มของแต่ละรัฐก็จะแตกต่างกันไปและเมื่อเราซื้อสินค้าก็จะต้องบวกภาษีมูลค่าเพิ่มเข้าไปทำให้เวลาเราซื้อของจะรู้สึกว่าราคาแพงขึ้นเพราะต้องบวกภาระภาษีเพิ่ม วิธีการนี้ก็คือ กำหนดอัตราภาษีการใช้จ่ายของตนเองไว้เช่น 8% หรือ 10% ในแต่ละครั้งที่ซื้อสินค้าก็จะต้องหักภาษีดังกล่าวแยกเอาไว้ เช่น ในวันนี้ซื้อของไป 200 บาท ก็จะต้องเก็บเงินภาษีส่วนหนึ่งไว้เช่น 20 บาท (ในกรณีคิดภาษีอัตรา 10%) ก็จะพบว่าในแต่ละเดือนก็จะมีเงินเก็บส่วนนี้อยู่จำนวนหนึ่ง ซึ่งวิธีการนี้ก็จะมีส่วนดี เพราะถ้าหักเงินเอาไว้ก็จะเหลือเงินสดสำหรับการใช้จ่ายในแต่ละวันหรือในแต่ละเดือนลดลงโดยอัตโนมัติ และนอกจากนี้แล้วการใช้จ่ายมากก็จะทำให้เงินเก็บส่วนนี้ก็จะพลอยสูงขึ้นตามไปด้วย เห็นหรือยังคะว่าการเก็บเล็กผสมน้อย ก็จะทำให้เราสามารถมีเงินเก็บเป็นเงินก้อนใหญ่ได้ และในวันนี้ขอปิดท้ายด้วยมงคล 38 ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆที่ว่า “อย่านอนตื่นสาย อย่าอายทำกิน อย่าหมิ่นเงินน้อย และอย่าคอยวาสนา” ซึ่งสรุปได้ง่าย ๆ ว่า ให้ขยันหมั่นเพียรในการทำงาน โดยไม่นั่งรอคอยโชควาสนา และเงินก้อนใหญ่ก็เกิดขึ้นได้จากเงินก้อนเล็ก ๆ นั่นเอง”.

No Response to “เก็บเล็กผสมน้อย” »
No comments yet.
RSS feed for comments on this post. TrackBack URI
Leave a comment