โลกาภิวัตน์ของหนูถีบจักร

การได้สัมผัสโลกาภิวัตน์ผ่านคอม พิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต เป็นกิจวัตรที่คุ้นชินของหลายคนไปแล้ว มีเหตุการณ์น่าสนใจอะไรเกิดขึ้นที่ไหนบนโลกใบนี้ เราก็สามารถรับรู้ได้แทบจะทันที เราสามารถดูทีวีหรือฟังวิทยุที่ออกอากาศในประเทศอื่น ๆ เราสามารถเลือกหาสินค้าและสั่งซื้อจากต่างประเทศโดยไม่ต้องเดินทางไปไหน เราสามารถเล่นเกมกับคนแปลกหน้านับพันที่อยู่ที่ไหน ก็ไม่รู้ เราสามารถทำอะไรต่อมิอะไรอีกหลายอย่าง ที่คงสาธยายกันไม่หมดความสามารถ ทั้งหลายเหล่านี้ คล้าย ๆ ว่าเราได้มันมาฟรี ๆ พร้อมกับโลกาภิวัตน์ อย่างน้อยการส่งอีเมล ซึ่งไปถึงปลายทางแทบทันทีทันใด ก็ไม่ต้องเสียสตางค์เหมือนการใช้ไปรษณีย์ปกติที่เสียเวลามากกว่าตั้งเยอะ มันช่างวิเศษอะไรเช่นนี้!!! แต่เอ๊ะ…ของฟรีไม่มีในโลก ดังนั้น จริง ๆ แล้วใครเป็นคนใจดีจ่ายเงินค่าโลกาภิวัตน์ให้เรานะ??? คุณจอห์นชาวอเมริกันต้องการซื้อ คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กเครื่องหนึ่ง (ขอไม่เอ่ยยี่ห้อ/รุ่น) มีราคาขายที่ 820 ดอลลาร์สหรัฐ จอห์นเป็นลูกจ้างในโรงงาน ได้เงินตามอัตราค่าแรงขั้นต่ำคือ 7.25 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง หาก คุณจอห์นทำงานวันละ 8 ชั่วโมง เขาทำงาน 15 วัน ก็จะได้เงินพอซื้อ คุณสมชายต้องการซื้อคอมพิวเตอร์แบบเดียวกันเป๊ะ ซึ่งขายที่ร้านคอมพิวเตอร์แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ที่ราคา 33,900 บาท หากสมชายมีรายได้ตามค่าแรงขั้นต่ำคือ 206 บาทต่อวัน เขาต้องทำงาน 165 วัน!!! หนึ่งวันของทุกคนมี 24 ชั่วโมงเท่ากัน เหตุใดสมชายต้องซื้อคอมพิวเตอร์เครื่องนี้แพง กว่าจอห์นถึง 165/15 = 11 เท่า … เรื่องไม่ได้จบ (หรือเริ่ม) ง่าย ๆ ที่คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กเครื่องนี้ เมื่อสองปีก่อน สมชายก็ได้ซื้อคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะราคา 35,000 บาท ไปแล้วเครื่องหนึ่ง ซึ่งสาเหตุที่เขาซื้อโน้ตบุ๊กก็เพราะเขาคิดว่าคงไม่คุ้มที่จะเสียเงินอัพเกรดเครื่องตั้งโต๊ะให้เร็วพอที่จะเล่นเกมใหม่ ๆ และการมีโน้ตบุ๊กก็จะทำให้เขาสามารถพกพาคอม พิวเตอร์ไปใช้ได้ทุกที่นอกจากคอมพิว เตอร์แล้ว สมชาย ก็กำลังปลื้มกับโทร ศัพท์มือถือเครื่องที่ 6 ของเขาซึ่งเล่นอินเทอร์เน็ตได้ ถ่ายรูปได้ และถ่ายวิดีโอก็ได้ สมชายตั้งหน้าตั้งตาทำงานเพื่อผ่อนชำระหนี้เงินกู้ที่เอาไปซื้อของพวกนี้… ส่วนจอห์นอีกซีกโลก หากได้มาอ่านถึงตรงนี้ ก็คงจะร้อง oh, yes ด้วยความมั่นใจว่าโลกาภิวัตน์ของเขา จะดำเนินต่อไปอย่างเข้มแข็ง เพราะอีกไม่นานสมชายก็ต้องซื้อคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่อีกรอบเป็นแน่ อันที่จริง บทความนี้ในฉบับร่าง ก็ตัดจบห้วน ๆ แค่นี้ ซึ่งผมก็ชอบ แต่คนใกล้ตัวทักท้วงว่าไม่น่าจะปล่อยให้ท่านผู้อ่านค้างคาใจเกินไป จึงจำเป็นที่ผมจะต้องขอเขียนต่อ … ความต่อมาของเรื่องนี้ก็มีอยู่ว่า หลังจากสมชายได้โน้ตบุ๊กใหม่ เขาก็ขายเครื่องตั้งโต๊ะ ให้ร้านซ่อมคอมพิวเตอร์ไปในราคาถูกมาก คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะของเขาตอนนี้อยู่ในความครอบครองของบุนหลายหนุ่มชาวลาว บุน หลายควักเงินสะสมเกือบทั้งหมดที่เขามี จำนวน 3,100,000 กีบ ซื้อคอมพิวเตอร์เครื่องนี้จากร้านคอมพิวเตอร์มือสองในเวียง จันทน์ งานประจำของบุนหลายคือการขาย แรงงานในโรงเหล็ก เขาได้ค่าจ้างเดือนละ 500,000 กีบ ซึ่งนับว่าดีกว่าค่าแรงขั้นต่ำที่รัฐบาลกำหนดเกือบสองเท่า แต่งานก็หนัก และไม่ค่อยจะมีเงินเหลือเก็บ มองไม่เห็นอนาคตมอเตอร์ไซค์คันงามที่อยากได้ บุนหลายวิ่งตามฝันด้วยการลงทุนซื้อคอม พิวเตอร์เพื่อเขาจะได้หัดเขียนโปรแกรมและหัดใช้ซอฟต์แวร์ต่าง ๆ หลังเลิกงาน เขาหวังว่าจะหางานใหม่ที่เหนื่อยน้อยกว่าและเงินดีกว่า… ส่วนคุณจอห์นของเรานั้น ตอนนี้กำลังกลุ้มใจหนักกับการตกงาน บริษัทที่จอห์น ทำงานอยู่อ้างว่าต้องลดต้นทุน เลยต้องปิดโรงงาน และย้ายฐานการผลิตไปต่างประเทศ … งานที่จอห์นเคยทำก็คืองานที่ บุนหลาย ทำอยู่ เป็นงานอย่างเดียวกันเป๊ะ แต่บุนหลายได้ค่าจ้างน้อยกว่าที่จอห์นเคยได้ประมาณ 20 เท่า!!! โลกาภิวัตน์เป็นของแพง เราอาจไม่ต้องจ่ายด้วยเงินโดยตรง อาจเหมือนจอห์นที่ต้องเอาความมั่นคงในชีวิตไปแลกไม่ว่าด้วยสมัครใจหรือไม่ก็ตาม อาจเหมือนสมชายที่ติดเสพเทคโนโลยี ทำงานตัวเป็นเกลียวก็เพียงเพื่อหมุนฟันเฟืองให้โลกาภิวัตน์วิ่งต่อไปได้ ลองถามตัวเราเอง เราใช้คอมพิวเตอร์ และ อุปกรณ์ไฮเทคต่าง ๆ เพื่อเสพ หรือเพื่อพัฒนาตัว หรือเพื่อประโยชน์แท้จริงอะไร เมื่อห้าปีก่อน เราอาจรู้สึกว่าทีวี 29 นิ้วก็ใหญ่โตแล้ว ตอนนี้ 32 นิ้วยังรู้สึกอึดอัดนิด ๆ ต้องอย่างน้อย 42 นิ้วถึงจะดูได้ ในยุคโลกาภิวัตน์เงื่อนไขความสุขของเรามันสูงขึ้นเร็วมาก สุขยากขึ้น ต้องตามซื้อตามเสพกันเรื่อยไป เหมือนติดยาเสพติด เพราะฝังในหัวไปแล้วว่าเสพมากสุขมาก ซึ่งอันนี้ที่จริงมันก็ไม่แน่บุนหลายอาจกำลังมีความสุขกับการเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ ด้วยคอมพิวเตอร์ที่สมชายไม่เห็นค่า ในขณะที่สมชายเองอาจกำลังหงุดหงิดว่าโน้ตบุ๊กเครื่องใหม่ของเขาไม่แรงพอที่จะเล่นเกมที่เพิ่งออกใหม่วันนี้ ดูเหมือนว่าคนไทยวันนี้เราเสพมากขึ้น รุนแรงขึ้น งมงายขึ้น และยังนิยมบริโภคมากกว่าผลิต เราพอใจแล้วหรือ ที่จะอยู่ในวังวนของการเป็นหนูถีบจักร ที่ได้แต่ถีบจักรตามสั่งไปวัน ๆ เพียงเพื่อรอรับค่าจ้างไปซื้อจักรตัวใหม่มาถีบเรื่อย ๆ ไป. ดร.อรรถวิทย์ สุดแสง ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย attawith@cp.eng.chula.ac.th

No Response to “โลกาภิวัตน์ของหนูถีบจักร” »
No comments yet.
RSS feed for comments on this post. TrackBack URI
Leave a comment